05 กรกฎาคม 2552

ย้อนรอยแม่กก 6 ตอนที่ 1

ย้อนรอยเกษตรแม่กก รุ่น 6

ปี 2524 พี่ใหญ่ของการเรียนการศึกษาด้านการเกษตรนั้นในภาคเหนือจะมีพี่ใหญ่ของการศึกษาด้านการเกษตรที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ เกษตรแม่โจ้ ที่เป็นความไฝ่ฝันของนักเรียนเกษตรในยุคโน้น และที่เป็นการยอมรับรองลงมา เกษตรแม่วัง เกษตรบ้านกร่าง เกษตรน่านซึ่งเปิดการศึกษามาเป็นเวลานาน ต่อมาที่สร้างชื่อเสียงในยุคหหลังคงไม่มีใครในวงการจะปฎิเสธน้องใหม่หัวใจแกร่ง

วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงราย (เกษตรแม่กก)
แม้จะมีอายุในการก่อตั้งไม่นานแต่บุคคลากรด้านการศึกษาการสอนการเรียนที่โด เด่นหากได้ผ่านจากแม่กกแน่นอนจะต้องได้เข้าสู่อ้อมอกเกษตรแม่โจ้เป็นแน่ ซึ่งเป็นความหวังของนักเรียนเกษตรในยุคนั้นและทุกยุคเกษตรแม่กก เรียกขานมาจากมีแม่น้ำกก เป็นสายเลือดหเส้นใหญ่ของการเกษตรใน จ.เชียงราย และยังมีความแตกต่างที่โดเด่นคือเป็นแม่น้ำที่ไหลลงไปในทิศเหนือ เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร จนมีคำขานของนักเรียนเกษตรแม่กกว่า
"ความรักความสามัคคีของเกษตรแม่กกจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจวบจนน้ำแม่กกไหลย้อนลงทิศใต้" ซึ่งก็จะเห็นเป็นประจักษ์จวบจนบัดนี้ เราพี่น้องยังรักสามัคคีไม่มีเสื่อมคลาย

ปี 2554 ในกาลนั้นเป็นปีการศึกษาของนักเรียนเกษตรน้องใหม่ที่มีความพิเศษกว่าปีอื่น กล่าวคือเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาของไทยที่ยกเลิก มัทธยมศึกษา(มศ.)ที่ต้องมีการเรียนการศึกษาป.1-ป.7,มศ.1-ม.ศ3,มศ.5 เป็น มัทธยม (ม.)การเรียนเป็น ป.1-ป.6,ม.1-ม.3,ม.4-ม.6 จึงเป็นการควบรวม นักเรียนม.3 และม.ศ.3 มาสอบแข่งขันเพื่อเข้าศึกษาต่อในชั้น ปวช.1 ในปีนั้นมีนักเรียนสมัครสอบ 1031คนซึ่งทางวิทยาลัย(ที่จำได้เพราะควายเฒ่าสมัครเป็นคนสุดท้ายได้เลชที่ 1031)สามารถรับนักเรียนได้ 240 คน การสอบแยกสอบ 2 แห่ง คือ 600 คนแรก สอบห้องสอบที่วิทยาลัยเกษตรเชียงราย อีกห้องสอบที่ รร.คริสเตียนไพศาลศาสตร์ ซึ่งอยู่ไกล้เคียงกัน

การสอบแบ่งเป็น

1.สอบภาคความรู้ทั่วไป
2.สอบภาคปฎิบัติ (ขุดดิน)
3.สอบสัมภาษณ์
ในการสมัครสอบในครั้งนั้นต้องชำระค่าสมัคร 30 บาท ระยะการสสอบเป็น 3 วัน
เกษตรแม่กกในปี 2524 นั้นการเดินทางจะต้องใช่การเดินทาง คือ ใช้บริการรถประจำทางเรียกว่ารถหวานเย็น(ลุงบูรณ์) หรือการขับรถส่วนตัวเข้าไป ผ่านจากปากทางที่ตลาดฝั่งหมิ่นที่มีป้ายปูนขนาดใหญ่ของวิทลัย(ซึ่งต่อไปจะ ได้เล่าถึงประวัติต่อไป)หลังจากนั้นอย่าคิดว่าจะได้เห็นบรรยากาศข้างทางใคร คิดว่าจะชมทิวทัศน์ข้างทางบอกว่าเสียใจด้วยเพราะถนนในยุคนั้นพี่น้องครับ ฝุ่นมหาฝุ่นสี่แดงจ๋าทุกคนที่นั้งในรถซึ่งจะมีการเอาผ้าใบรถลงคลุมและมีผ้า ปิดด้านหลังแล้วจะนั่งหลับตาเข้าสมาธิหลับตากันหมดจากที่สวมชุดนักเรียนขา สั้นเมื่อลงรถแล้วเสี้อสีขาวสดใสของเราเปลี่ยนเป็นสีแดงโดยไม่ต้องมีการย้อม แต่อย่างใด ค่ารถในปีนั้น 4.- บาทต่อเที่ยว รถจะออกเที่ยวก็ต่อเมื่อคนเต็มรถ หากลุงบูรณ์พิจารณากับคณะ ครม.รถประจำทางฟาร์มแล้วคำนวนว่าเที่ยวนี้ไม่ขาดทุนก้อเป็นอันว่าเดินทางได้ แต่ถ้าเป็นลุงศักดิ์ที่มีรถใหม่ที่สุดนั้น ไม่มีปัญหา ออกก้อออกแต่ต้องช้า ๆ วนรับคนก่อนเที่ยวหนึ่งน่าจะเป็นวิธีการของแต่ละคนไป ในการเดินทางแห่งชีวิตในครั้งนี้เราตัดสินใจแต่เพียงตนเองไม่ได้เข้าครม .ครอบครัวแต่อย่างใดเพราะเป็นวันสุดท้ายที่รับสมัครและเป็นเวลาบ่ายแล้ว

ต้องขอบคุณลุงบูรณ์มา ณ ที่นี่ด้วยที่ในวันนั้นลุงไม่รอคนเต็มเพราะสงสารควายเฒ่าจะสมัครเรียนไม่ทัน จนลุงต้องขับรถไปส่งที่หน้าตึกหนึ่งที่รับสมัคร เมื่อลงรถชำระค่ารถเรียบร้อยแล้ว ก็หอบเอกสารเดินเข้าไปที่ตึกหนี่งเพื่อทำการสมัครเรียน แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะพบกับเหตุการณ์ที่ยากที่จะประทับใจตั่งแต่วันสมัคร เรียนวันแรก....ติดตามต่อไปว่าควายเฒ่าประทับใจเหมือนเพื่อนแม่กก 6 หลายท่านหรือไม่...อย่ากระพริบตา


..เรื่องราวโดยนักเขียนกิติมศักดิ์ " ควายเฒ่า "

1 ความคิดเห็น:

  1. ถึงแม้ว่าไม่ได้จบสถาบันเดียวกัน แต่ก็ลูกเกษตรเหมือนกันครับ
    ยินดีที่ได้รู้จักนะครับผม ว่างๆก็ มาแวะเยี่ยม blog เกษตรบ้านกร่างบ้าง
    www.bankrang24.blogspot.com

    ตอบลบ