วิทลัย แม่กก ในปี 2524 ในครานั้นช่วงเวลาที่รับสมัครนักเรียนใหม่เป็นช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนของทางเชียงราย บรรยากาศออกไปทางร้อนและแห้งแล้ง สนามฟุตบอลของวิทลัยหญ้าเหลืองแห้ง ทางเข้าวิทลัยสองข้างทาง ทิวแถวชงโค ใบไม้ร่วงหล่น ถนนทางเข้าสู่วิทลัยซึ่งในตอนนั้นยังเป็นถนนดินแดงลูรังบดแน่นคลุ้งด้วยฝุ่นแเมื่อรถวิ่งผ่าน ตัวตึกที่ตระหง่านดูสีซีดจาง จะดูสดใสก้อมีเพียงต้นแสงจันทร์(ที่พวกรุ่นพี่ชอบมานั่งพักก่อนเข้าแถวลงงาน)ที่โชว์ใบสีเขียวทองเด่นตระหง่าน ปัจจุบันไม่ทราบว่ายังยืนต้นอยู่หรือไม่นะ ควายเฒ่าได้เข้าไปทำการตรวจเอกสารและได้สมัครเื่พื่อสอบคัดเลือกเป็นที่เรียบร้อย
ในคราวปีนั้นต้องขยายความอีกสักเล็กน้อยว่ากว่าจะผ่านด่านชงโคเพื่อเข้าเป็นลูกแม่กกนั้นแสนยากเย็นมั้กมาก แทบท้อแต่ด้วยใจมุ่งมั่นจึงไม่ถอย แตกต่างกับในปัจจุบันที่อาจารย์ต้องออกนิเทศเพื่อค้นฟ้าคว้าดาวเพื่อให้นักเรียนได้มาศึกษาโดยไม่ต้องมีการคัดเลือกให้เมื่อยตุ้มอีกหลายขั้นตอน เพราะการเรียนเกษตรยุคนั้นนับว่าได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งในบรรดาสถาบันระดับวิชาชีพด้วยกัีนจึงทำให้เกิดรร.เกษตรขึ้นมากมาย ทางอ.แม่สายก็ยังได้เปิดรร.เกษตรบ้านจ้องขึ้น เพื่่อนควายเฒ่าหลายท่านหลังจากที่ไม่ผ่านเกณฑ์การเรียนในภาคการศึกษาแรกไม่ถึง ก็ต้องระเห็จไปเรียนที่บ้านจ้อง อยู่เหมือนกันแม่กก 6 หลายท่านคงจำได้ หลังจากนั้นหลายท่านยังกลับมาสอบใหม่ในรุ่น 7 อีก เพราะความชื่นชมต่อสถาบันแม่กก อีกรร.เกษตรที่เชียงใหม่ สันป่าตอง ก็มีชื่อเสียงขึ้นในเชียงใหม่ ตามกระแสเกษตรแม่กก เพื่อรองรับการปรับปรุงการศึกษาควบรวม ม.ศ3 และม.3 นั่นเอง อีกหลายท่านที่นี่ได้เดินทางมาเรียนซัมเมอร์ที่แม่กก และย้ายเข้ามาเรียนรุ่น 6
กระแสเกษตรแม่กกในปี 2524 นั้นพอจะบ่งถึงเส้นทางของแม่กก6 ได้ตามสายน้ำว่า มาจากลุ่มน้ำแม่ปิงเชียงใหม่ เช่นคุณอยู่รบ(แต็ก) คุณณรงค์(เฮียเล็ก) คุณธนรัตน์(ตั้ก)รวมทั้งแม่ปิงลำพูน ทวีศักดิ์ คุณดารัตน์(สุดสวย) นายกดุสิต ฝาง แม่อาย ปู่แหวน แม่ริม สุชา คุณพนาดร(หนึ่ง) แม่แจ่ม อ.ประสิทธิ์ ลุ่มนำ้แม่วัง นำโดยท่านอุดม (หน.ประมง) สายแพร่นำโดย คุณฉัตรชัย (ช้าง)ในช่วงนั้นไม่ปรากฎแม่กก6ลุ่มนำ้น่าน ลุ่มนำ้อิงสาย เทิง นำโดยคุณไพโรจน์ สายพานโดยโอภาส คุณประสงค์(ผ.อ.แดน3) สมคิด (เบี้ยว) เชียงคำ คุณธีระ (ระลื้อ) สายเหนือ แม่สายแม่จัน เชียงแสน และเมืองเชียงราย
ซึ่งต่อมาเมื่อจบการศึกษาไปก็ได้แม่กกในภูมิภาคต่างที่กล่าวมานี้เป็นศูนย์ประสานงานตามจุดต่าง ๆจวบจนปัจจุบันซึ่งมีการส่งมอบป้ายศูนย์ไปแล้วเมื่องานเลี้ยงปี 51 ที่พะเยาติดตามดูภาพได้จากฟอรั่มแม่กก 6 หรือในห้องของควายเฒ่าเอง
ในวันสอบคัดเลือกในปีนั้น ยอมรับว่าคงไม่ติดนะครับเพราะว่านักเรียนเข้าสอบมั้ก ๆ เราเองเรียนไม่ค่อยได้เรื่องอยู่แร้ว วันสอบภาคทฤษฎีผ่านไปด้วยดี วันที่สองสอบภาคปฎิบัีติ ได้ระวางขุดดินที่หลังอาคารพืชซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นสวนมะม่วง(ซึ่งดีใจที่เรามีส่วนในการบุกเบิก) เกิดมายังไม่เคยขุดดินซื้อจอบใหม่เอี่ยมด้ามยาวเฟี้ยวคิดว่าคงไม่เท่าไรนัก อาจารย ์โรยปูนขาวเป็นช่องช่องละ 1คูณ 1 เมตร สดุ้งที่ได้ยินว่าต้องลึก 1 เมตรอ้ายหย๋าวานนี้สอบเสร็จฉลองเสียจนดึกวันนี้ยังไม่ไปไหนวนเวียนในหัวง่วงไม่หายโว้ยจะไหวไหมเนี่ยแดดไม่ต้องถามถึงร้อนยิ่งกว่าทะเลทรายอีกต้องหน้าตั้งตาขุดไปดินอะไร(ว่ะ)แข็งกะหินต้องค่อยเซาะเอาออกเป็นก้อน ๆ ใหญ่(เอ.ไม่ทราบว่านักเรียนยุคนี้มีสอบขุดดินเป่าเนาะ)
แต่ในทะเลทรายก็มีโอเอซิส ท่ามกลางแดดเปรี้ยง ๆ นั้นมีบรรดารุ่นพี่(ทราบต่อมาว่ารุ่น 5)หลายท่านมากได้เดินให้กำลังใจ บ้างช่วยตัดด้ามจอบเพราะขุดลึกแล้วด้ามยาวใช้ไม่ได้ บ้างก็ปฐมพยาบาลเพื่อนเราที่มือแตก เป็นลมก็มี และมีแผนกโอเอซิส บริการน้ำเย็น บางท่านเห็นพวกเราตัวเล็กไม่ค่อยไหวก็แอบช่วยขุดเมื่ออาจารย์คุมเผลอ นั่งเดินให้กำลังใจตลอด เพราะการขุดต้องแข่งกับเวลาในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงอาจารย์จะตรวจหากไม่สำเร็จตามสเป็คก็จะสอบไม่ผ่านไม่ต้องสัมภาษณ์ แต่ก็ผ่านไปได้ทั้งหมดโดยการดูแลเอาใจใส่ของรุ่นพี่ที่ควายเฒ่าขอขอบคุณมาในบรรทัดนี้ด้วยคารวะ จากเหตุการณ์น่าประทับใจของพีี ๆ ในครั้งนี้ควายเฒ่าได้บันทึกไว้ในความทรางจำมิลืมเลือน.....จนกระทั่ง....ดัีงกล่าวของลี้คิมฮวง ที่ว่าจริงคือเท็จ เท็จคือจริง........ไว้ร่ายต่อว่าอะไรคือเท็จและอะไรคือจริง...ติดตามอย่าพลาด.. ควายเฒ่า
..เรื่องราวโดยนักเขียนกิติมศักดิ์ " ควายเฒ่า "
07 กรกฎาคม 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น